ME

นางฟ้าในลานน้ำแข็ง

วันนี้มีโอกาศไปเล่นไอซ์ (ครั้งแรกในชีวิต) ณ เอสพะนาด พลาซ่า มันเป็นอะไรทีไกลมาก ๆ ใช้เวลาเดินทางแบบเร็วสุดก็ยังอยู่ในช่วง ชั่วโมงครึ่ง ถึง สองชั่วโมงอ

บบว่านั่งรถกันก้นเปียกแล้วเปียกอีก ก็นะรวมพลจากเซ็นทรัลพระราม 2 จุดหมายอยู่พระราม 9 (ห่างกันประมาณคนละฟากตัวเมือง)

ในวันธรรมดาหากต้องการไปเล่นรอบเช้าต้องไปถึงที่นั่นไม่เกินเที่ยง แต่ในวันหยุดพิเศษ และวันเสาร์อาทิตย์ ต้องไปถึงที่นั่นไม่เกิน 11 โมงครึ่ง ไม่อย่างนั้นเต็มอดเล่น

วันแรกที่ไปถึงไปกันหลังเที่ยงก็เลยไม่ได้เล่นวันนี้ (วันศุกร์ที่ 2/04/50) มาถึงประมาณเกือบเที่ยง ยังทัน

มากันไม่มากไม่น้อย แค่ 4 คน ถึงล้มก็มีคนจับ

ตอนแรกที่เข้าไปเย็นมาก ๆ เสียตังค่าเข้ากันไปก็ไม่มากไม่น้อย แค่คนละ 150 สำหรับผู้มีบัตร นักเรียน

สำหรับผู้ใหญ่จ่ายเต็มก็ 250 บาทถ้วน ๆ ไม่มีเศษ แต่ว่าค่าเช่ารองเท้าอีกคนละ 30

ตอนเข้าไปในลานตอนแรกก็แบบว่าเล่นไม่เป็น ล้มกันไปหลายรอบ ก็แบบว่าล้มกันจนเป็น มีล้มอยู่ครั้งนึงแรงมาก หน้าไปกระแทกกับพื้น (แกคิดว่าแสดงหนังกับเฉินหลงอยู่หรือไงฟะเนี่ย ทุ่มทุนสร้างแบบสุด ๆ )

ยังดีกลับบ้านมาเช็กดูปรากฏว่าไม่ช้ำ แต่ว่าถ้าล้มแบบกระจุกกระจิกก็บ่อยมาก ไม่รู้จะล้มอะไรกันนักกันหนา

ตอนนี้พอเห็นสาว ๆ ฝั่งนี้แล้วชักไม่อยากกลับบ้าน แต่ละคนน่ารัก ๆ ทั้งนั้นเลย (ผิดกับแถวบ้าน สงสัยจะเป็นย่านคนมีตังค์มั้ง) บางคนนี่นางฟ้าในลานน้ำแข็งกันแท้ ๆ เลย หน้าตาก็น่ารัก หุ่นก็ดี เล่นก็เก่ง แล้วเห็นอยู่คนนึง เธอเซียนมาก ไหลไปเหมือนลอยได้ แล้วก็พลิ้วมาก ๆ มีอยู่รอบนึงจะวิ่งไปชนเค้า (อุบัติเหตุนะครับผม) เค้าก็หลบได้ทั้งที่ระยะกระชั้นชิดซะเหลือเกิน แต่บางคนน่ารัก ๆ แต่เล่นไม่เป็นก็มีเยอะพอสมควร(ไม่เห็นจะไหลมาชนเรามั่งแฮะ) พอมองไปรอบ ๆ คนก็เยอะเหมือนกันแฮะ มองไปมองมาสะดุดตาอยู่หลายคน แบบว่า เอ๊ะ ๆ ทำอะไรทำไมไม่มาเล่น บางทีเล่น ๆ ไปวิ่งเข้าขอบจะไปชนคนที่นั่งดูอีกฝั่งซะงั้น (ไม่ได้แกล้งจริง ๆ นะ แค่ว่ามันเบรกไม่ทัน)

และสิ่งที่ได้กลับบ้านมาก็คือ รอยฟกช้ำดำเขียวทั่วทั้งตัว โดยเฉพาะที่เข่าซ้าย อาการปวดโหนกแก้มด้านซ้าย (ก็ที่ล้มนั่นแหละ) และอันสุดท้าย เล่นไอซ์เป็น โหะ ๆ ดีใจ

หนังสือ กับ คน

ถ้าเปรียบคนเป็นหนังสือ รูปร่าง หน้าตา เครื่องแต่งกาย รูปลักษณ์ภายนอก คงจะเปรียบเหมือนกับปกของหนังสือ และเป็นหนังสือที่ไม่มีสารบัญ แต่บางเล่มก็มี นั่นก็คือชื่อเสียง

แล้วเนื้อความที่อยู่ภายในหนังสือเล่มนั้น เปรียบได้กับลักษณะนิสัยเนื้อแท้ของแต่ละคน หนังสือเล่มไหนเป็นยังไงก็ต้องใช้เวลาในการศึกษาอ่านมัน

ทีนี้มาเทียบกับเราดูซิ

เราช่างเป็นหนังสือปกหน้าที่ไม่ค่อยน่าดูเอาซะเลย เละ ๆ เทะ ๆ แถมดูแล้วน่าเอาไปโยนทิ้งซะมากกว่า

ที่เปรียบตัวเรากับข้อนี้ก็เพราะว่า

- หน้าตาที่เปรียบเสมือนกับข้อความชวนอ่านของปกหนังสือก็ไม่ได้ดีอะไรเลย ออกไปทางติดลบ

- การแต่งตัวที่เปรียบเสมือนตัวปก ก็ยังจะ บ้าน ๆ เซอร์ ๆ อีกยิ่งไม่น่าดูไปใหญ่

มาดูภายในหนังสือเล่มนี้กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าตัวเองไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองมีอะไรดี อันนี้คงต้องถามเอาจากคนรอบข้าง

เพราะถ้าบอกเองแล้วมันจะดูเหมือนการหลงตัวเอง และคนส่วนใหญ่เมื่อมองกลับมาที่ตัวเองแล้ว

มักจะมองถึงแต่ข้อดีของตัว ไม่เคยมองสิ่งไม่ดีเลย นี่คือสาเหตุที่ไม่สามารถบอกด้านในได้

แต่จากที่เคย มอง ๆ แล้วภายในหนังสือไม่น่าดูเล่มนี้แล้ว

มีทั้งสิ่งมีสาระ และไม่มีสาระ เนื้อความนี้ค่อนข้างจะเลือนราง

หากต้องการจะอ่านอาจจะต้องเพ่งนาน ๆ หน่อย

เนื้อความค่อนข้างจะปนเป ไม่มีการวางเป็นระบบระเบียบ

และดูเหมือนหนังสือเล่มนี้จะซ่อนตัวอยู่ในส่วนที่สุดของชั้นหนังสือ

ละเมื่อรวมกับหน้าปกที่ไม่หน้าอ่านเท่าไรแล้วคงจะไม่มีใครสนใจ

หนังสือเล่มนี้เคยเอาไปวางไว้ในที่คนเห็นง่าย แต่แล้วมันก็โดนเมิน

อาจเพราะว่าความไม่ดึงดูดคนอ่านของมัน มันจึงถูกเก็บเข้าชั้นที่ลึกไปเรื่อย

และอีกไม่นานนักคงจะถูกเก็บไปเป็นหนังสือเก่าที่ไม่มีคนอ่าน

หรืออาจจะกลายเป็นแค่ เศษกระดาษที่เอาไปขายอาแปะรับซื้อของเก่าก็ได้ ใครจะรู้

.

.

.

แล้วคุณหละ เป็นหนังสือรูปแบบไหน น่าอ่านหรือไม่ ?


edit @ 2007/04/05 00:52:35