posted on 09 Aug 2008 21:35 by renkung in ME
และแล้วการสอบก็ผ่านพ้นไป ผ่านไปสองอาทิตย์แล้วแหละตัว
ผลสอบก็ประกาศแล้ว มีคนมากมาย ที่ต้องเสียชีวิตไปกับการสอบครั้งนี้
บางคนหายไปจากห้องเรียน
บางคนหนีกลับบ้านไปฟ้องแม่
เป็นเรื่องยากที่จะทำใจ กับการเสียเพื่อนพ้องไปในสนามสอบ
แต่เราก็ไ่ม่สามารถทำอะไรได้
เพราะ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ผมรอด ฮิ้ว ๆๆๆๆ
ถึงแม้จะออกมาไม่สวยก็เถอะ
และถึงแม้จะต่ำกว่ามีน ก็ยังไม่เห็นมีผู้ใดอาจหาญไปดรอป สำหรับห้องผม
สู้สุดใจขาดดิ้น
posted on 30 Apr 2008 00:45 by renkung in ME
วันนี้เป็นวันดีเพราะว่านอนอิ่ม นอนได้ 8 ชม.กว่า ๆ เลยเกิดอาการอยากกินของดี ถึงแม้จะเป็นสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจเงินในกระเป๋าเหลือพอใช้แค่ไม่กี่วันก็ตามที ก็เลยดั้นด้นออกมาหาข้าวเย็นกินนอกบ้าน นึกขึ้นได้ว่าเคยเจอรีวิวร้านซากุระจากบล็อกในเอ็กซ์ทีนเลยเล็งที่นั่นไว้ ในขั้นแรกก็ต้องหาเพื่อนไปกินก่อน แต่แล้วลางร้ายก็เริ่มปรากฏ เมื่อเพื่อนมันบอกว่าวันนี้มี 200 ไม่ไปอ่ะ บรรยากาศรอบตัวผมก็เปลี่ยนไป ท้องฟ้าเริ่มครึ้ม ลมพัดรุนแรง เมฆฝนเริ่มก่อตัวขึ้นแต่กระนั้นผมก็ยังมุ่งมั่นที่จะออกไปกินให้ได้ โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าร้านอยู่ตรงไหน เดินทางไปได้ซักพักฝนก็ตกพรำ ๆ แทบจะพรำตลอดเส้นทางเลยตั้งแต่ลงจากสองแถวแล้วต่อรถเมล์ จนมาลงรถแถว ๆ ถนนตะนาวก็ยังพรำไม่เลิก
จากตรงนี้ต้องข้ามถนนก่อนแล้วจึงเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงวงเวียนเล็ก ๆ ก็เลี้ยวซ้ายก็จะเจอกับถนน ลูกสาวพระราม เอ้ย ถนนรามบุตรตรีถ้าใครยังไม่รู้ก็หาป้ายเอาฮะ มองหาดี ๆ น้อ เดี๋ยวจะหาไม่เจอพอเจอถนนแล้วก็ต้องหาร้านจำได้ว่ามีป้ายบอกทางอยู่ก็เดาว่าอยุ่ทางขวามือเดินขึ้นฟุตบาตไปเลย เห็นแต่ป้ายผับกับบาร์ แต่ไม่มีป้ายร้าน เดินจนสุดถนนแล้วด้วย มองอีกฝั่งก็ไม่เห็นเหมือนกันมองไปอีกฟากที่เป็นธนาคารกรุงศรี เห็นป้ายซอยรามบุตรตรี เกิดสำนึกว่าเราอาจจะผิดจากซอยเป็นถนนได้ เลยเดินแบบไร้เซนท์ข้ามไปและมองหาจนสุดซอยเช่นเคย และเดินกลับออกมาอย่างไร้วี่แววหรือเราจะไร้บุญ แต่เหมือนสวรรค์ทรงโปรด ให้คิดขึ้นได้ว่าอีกฝั่งยังไม่ได้เข้าไปเดินดูอย่างละเอียด แล้วก็เจอป้ายทางเข้า ทางเข้าทาสีส้มแล้วติดไฟด้วยหลอดไฟสีเหลืองอ่อนดีกว่าที่เห็นรีวิวในภาพไว้เยอะ (หรือว่าเค้าปรับปรุงแล้วก็ไม่รู้)แต่ที่น่าตกใจกว่าคือลิฟ กดปุ๊ปมาปั๊ปตกใจหมด แถมตอนเปิดมีเสียงดังคึด ๆๆๆ อีกต่างหาก ลิฟขนาดคนเข้าได้ไม่เกิน 4 คนตัวขนาดกลางเลื่อนขึ้นไป แทบจะไม่มีอะไรบอกเลยว่าลิฟเลื่อน เสียวดีจริง ๆ บรรยากาศนอกร้านดูโทรม ๆ แต่บรรยากาศภายในใช้ได้ทีเดียว เสียแต่ว่าขาดหน้าต่าง เดินเข้้าไปเลือกโต๊ะตัวในสุดนั่งซักพักก็มีคนออกมาจากประตูพร้อมกับแก้วน้ำที่มีชา(สีออก)เขียวรสชาติจาง ๆ ไม่ขมมาก เห็นเมนูแล้วแบบว่านึกไม่ออกเลยจะสั่งไรดี เพราะภาพเล็กแล้วก็ไม่ชัด ส่วนตัวหนังสือมีภาษาญี่ปุ่น กับคำอ่านภาษาอังกฤษ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าแต่ละอย่างมันหมายถึงอะไร เลยสั่งเบสิกที่สุดคือ แกงกะหรี่หมูทอด ระหว่างรอ ก็เห็นญี่ปุ่น อยู่ 2 โต๊ะ ราว ๆ ห้านาที ก็มาเสิร์ฟถึงโต๊ะใน 1 เซ็ทจะมีซุปมาให้ ผมไม่แน่ใจว่าใช่ซุปมิโสะรึเปล่า รสชาติของตัวแกงกะหรี่ไม่ได้เผ็ดร้อนซักเท่าไรนัก ถ้าหากอยากกินเผ็ดร้อนเครื่องเทศอาจจะต้องไปกินร้านอาหารอินเดียในส่วนของหมูทอดนั้นผมว่าใช้ได้ เบ็ดเสร็จค่าเสียหายมื้อนี้ตกอยู่ที่ 90 บาท ไม่แพงจนเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณ หลังจากทานเสร็จก็ออกมาเดินเล่นแถว ๆ ตรอกข้าวสารกับฝนโปรยปราย ก่อนจะกลับบ้าน
สำหรับใครที่จะไปทานที่ซากุระ ถ้าหากเข้าทางด้านบางลำพู หันหน้าเข้ามาทางถนนรามบุตรตรี อยู่ทางด้านขวามือเดินเรียบฟุตบาทจะเจอป้ายบอกทางฮะ เป็นหลืบเล็ก ๆ แต่ถ้าเดินมาทางด้านถนนรามบุตรตรี ก็จะอยู่ทางซ้ายฮะ
ขอบคุณบล็อก http://dunbine.exteen.com/20071213/sakura และ http://yymnoy.exteen.com/20071028/sakura-house สำหรับรีวิว ความอยากให้ผมไปทาน
.
ปล. อิจฉาพวกมีกล้อง อยากได้มั่งหงะ
ปลอ. คิดว่าที่รสชาติแกงกะหรี่ไม่เผ็ดมากนักเพราะว่าเป็นรสชาติญี่ปุ่นดั้งเดิมรึเปล่า?
edit @ 30 Apr 2008 01:07:18 by renkung