Article

เรื่องขี้ ๆ ที่ไม่ขี้

posted on 28 Apr 2007 02:30 by renkung  in Article
เริ่มต้นรู้จักกับสิ่งนี้กันก่อน
เจ้าสิ่งนี้ มีชื่อสุภาพ ๆ ว่า อุจจาระ
ชื่อเล่นว่า อึ
และชื่อหยาบ ๆ ว่า ขี้
 เจ้าสิ่งนี้มีกันทุกคนไม่ว่าจะจน จะรวย หญิง ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ใครไม่มีสิ่งนี้ถือว่าผิดปกติ 
โดยชาติกำเนิดของมันแล้วหน้าตาดี แต่พอผ่านหลาย ๆ กระบวนการทำให้มันหน้าตาออกมาเป็นเช่นนั้น
นี่คือการทำความรู้จักกับมันเบื้องต้น ทีนี้ไปรู้จักกับมันเบื้องลึกกันดีกว่า
.
1. สถานะ เจ้านี่มี 3 สถานะ คือ แข็ง เหลว หนืด
2. สีของมัน มีอยู่หลายสี คือ ดำ เขียว เหลือ แดง น้ำตาล
เมื่อทั้ง 2 อย่างมารวมกันจะสามารถบอกถึงสุขภาพได้ 
เราสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

เมื่อมันแข็ง อาจจะเกิดจากการไม่ได้ถ่ายนานหลายวัน เมื่อมันอยู่ในท้องหลาย ๆ วันเข้า ลำไส้ใหญ่ก็จะดูดน้ำออกมา
เมื่อดูดน้ำจนหมดมันก็จะแข็ง
ทำให้ถ่ายออกได้ยาก
หรืออาจเกิดจากการที่กินแต่เนื้อสัตว์ทำให้ไม่มีใยอาหารไปช่วยในการขับถ่ายทำให้ท้องผูก
โดยมากแล้วมักมีสีดำหรือสีน้ำตาลแก่ แต่บางทีอาจจะมีสีแดง
ถ้ามีสีแดงสันนิษฐานได้ว่าคุณเป็นโรคริดสีดวง หรืออื่น ๆ หากไม่แน่ใจควรไปพบแพทย์
 เมื่อมันหนืด มันทำให้ถ่ายง่าย ไม่ต้องเบ่งหรืออะไรมันมาก และยังบ่งบอกถึงสุขภาพของคุณอีกด้วย 
โดยมากมักมีสี เขียว น้ำตาล เหลือง
 เมื่อมันเหลว สามารถแสดงได้ 2 สิ่งคือ คุณไม่ได้กินอะไรเลยมาตลอดวันจนถ่าย หรือ คุณท้องเสีย 
ถ้าเป็นเพราะกรณีแรกแนะนำให้หาอะไรใส่ท้องซะ จะได้ไม่แสบ แต่ถ้าอยากเจาะรูที่กระเพาะไว้เป็นแฟชั่นก็จงไม่กินต่อไป
แต่ถ้าสาเหตุมาจากกรณีที่ 2 แล้วหละก็ผงเกลือแร่ละลายน้ำช่วยป้องกันอาการช็อกเพราะขาดน้ำได้
โดยมากเมื่ออยู่ในสถานะนี้มักมีสี เหลือง หรือ น้ำตาล
 หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว หลังถ่าย ลองสังเกตมันดูว่าเป็นยังไง 
บางครั้ง อาจะเห็นผักบุ้งเป็นต้น ถั่วเป็นเม็ด ๆ อยู่ในนั้นไม่ต้องตกใจ
อาจเกิดจากการที่กระเพาะไม่ย่อย หรือย่อยไม่สมบูรณ์
ของแถม
ถ้าหากว่าคุณถ่ายไม่หยุด ลองวิธีนี้ดู นำน้ำผึ้งไปผสมกับน้ำร้อนในอัตรา น้ำร้อน 70 น้ำผึ้ง 30
ดื่มน้ำผึ้งจนหมดแล้วชงน้ำชาดื่มตาม (วิธีนี้พ่อแนะนำมา)
 สำหรับคนถ่ายยาก ลองกินผักใบเขียวเยอะ ๆ หน่อย มันจะช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้น

ที่มา
สังเกต + อ่านจากบทความหลายอย่าง

พายุ หมุนติ้ว ๆ ตอนที่ 1

posted on 07 May 2007 06:03 by renkung  in Article

ต้นเหตุของบทความนี้มาจาก พายุฤดูร้อนเมื่อราว 2 อาทิตย์ที่แล้ว และประกอบกับเมื่อคืนดูตะลุมพุกจึงก่อเกิดเป็น บทความซีรี่ย์ พายุ มีทั้งสิ้น 2 ตอน โดยจะลงห่างกันเป็นเวลา 3 วัน

พายุ

พายุที่เกิดขึ้นในบรรยากาศมีหลายชนิด ขึ้นอยู่กับขนาด ความรุนแรง และลักษณะของการเกิด สามารถแบ่งได้ดังนี้


พายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone)

เป็นพายุหมุนที่เกิดในทะเลหรือมหาสมุทรในโซนร้อน โดยมีชื่อเรียกตามแหล่งที่เกิด

พายุซโซนร้อนมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุ 50 กม./ชม. ส่วนพายุไต้ฝุ่น เป็นพายุที่เกิดในมหาสุทรแปซิฟิกหรือทะเลจีนใต้

พายุเฮอริเคน เป็นพายุที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก

และพายุไซโคลนเป็นพายุที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย เป็นพายุที่มีความเร็วลมรอบจุดศูนย์กลางพายุได้มากกว่า 250 กม./ชม.


พายุทอร์นาโด (Tornado)

เป็นพายุหมุนที่มีความรุนแรงและอันตรายมากที่สุด เนื่องจากอาจมีความเร็วรอบจุดศูนย์กลางถึง 800 กม./ชม.

และมีลักษณะเด่นคือ เป็นพายุที่ก่อตัวจากก้อนเมฆและย้อยลงมาบนพื้นดินในลักษณะเป็นเกลียว

มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50-500 ม. มีอายุเฉลี่ยประมาณ 1-2ชั่วโมง แต่มีอำนาจในการทำลายสูง

สามารถกวาดยกบ้านเรือน รถยนต์ได้ โดยมากมักพบที่อเมริกา


พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorm)

เป็นพายุที่เกิดจากเมฆฝนฟ้าคะนอง สามารถเกิดได้ในทุกบริเวณที่มีอากาศร้อน

และมีความชื้นมากพอสมควร ส่วนมากมักพบทั้งลมแรง ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฝนตกหนักขึ้นพร้อมกัน

สามารถทำลายบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้เสียหายได้


อ้างอิง : http://www.bangchak.co.th/th/pdf/gair-002.pdf

ปล. ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาอ่านจนจบ โปรดติดตาม ต่อของ พายุ ในชื่อ พายุ 2