จดหมายจากครูใต้

posted on 19 Jun 2007 17:27 by renkung
วันนี้ บังเอิญได้รับ Forward Mail จากเพื่อน อ่านแล้วรู้สึกเห็นถึงปัญหาส่วนหนึ่ง จึงคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ เป็นแนวทางใช้ในการแก้ไขได้บ้าง...
>จดหมายจากครูใต้ อ่านแล้วส่งต่อนะคะ
> >>ไปได้จดหมายนี้มาจากเว็บไซต์ของตำรวจคอมมานโดค่ะ อ่านแล้วอึ้งมาก
> >>บอกได้เลยว่านี่คือความจริงที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย
> >>อ่านแล้วช่วยกันส่งต่อๆๆๆไปด้วยนะคะ
> >>อย่าให้ไอ้พวก:bepolite:นั่นมันยึดแผ่นดินไทยของเราได้
> >>จะได้ช่วยชีวิตคนไทยที่ต้องอยู่อย่างหวาดผวา
> >>และเหล่าตำรวจที่ถูกส่งลงไปปฏิบัติหน้าที่
> >>ทั้งๆที่รู้ว่าโอกาสรอดมีน้อยมาก
> >>จากที่พวกเราเห็นในข่าวที่ออกมา
> >>พวกชาวบ้านท้องถิ่นที่เปนคนท้องถิ่นจริงๆอะ
> >>มักจะมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมอ
> >>แล้วก็จะออกมาประกาศตัวเองว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
> >>ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งนั้น
> >>แต่ในจดหมายที่เขียนขึ้นโดยครูคนนึงใน3จังหวัดภาคใต้ฉบับนี้
> >>พวกเราทุกคนที่อ่านจะได้รู้ความจริงว่า จริงๆแล้วมันเป็นยังไง
> >>รับรองได้เลยค่ะ ว่าอ่านแล้ว อยากจะฆ่าไอ้พวกนักวิชาการที่ออกมาประณามเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกครั้งที่มีการปะทะกัน ว่าทำรุนแรงเกินไป...ทำเกินกว่าเหตุ อ่านแล้วจะได้รู้ค่ะ
> >>ว่าที่พวกตำรวจทำอ่ะ
> >>มันน้อยไปด้วยซ้ำ! ---- จดหมายจากครูใต้ ----
> >>เรื่อง ขอยืนยันทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้ต่อไป
> >>ดิฉันเป็นคนไทยธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่เคยชื่นชม
> >>นับถือแนวความคิดของคุณและติดตามการทำงานของคุณมาช้านาน
> >>ดิฉันเชื่อในความตั้งใจดีของคุณ
> >>นานมาแล้วที่ดิฉันบอกใครๆว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีสุด เหมาะสมที่สุด และยังคิดเช่นนั้นอยู่
> >>แต่วันนี้ดิฉันและคุณมีความเชื่อในสถานการณ์ภาคใต้ที่ต่างกัน
> >>ดิฉันไม่เคยมีอคติกับใครรวมทั้งคุณ ดิฉันถือว่าเราต่างคนต่างมีความเชื่อ
> >>เลยขอเรียนว่า
> >>ทำไมถึงมีความเชื่อที่ต่างจากคุณ ที่เห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดความเลวของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ( คงต้องรวมถึงดิฉันที่เป็นข้าราชการครูด้วย
> >>ดิฉันขอเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อเป็นครูภาคใต้มา 35 ปี
> >>1. ชาวบ้านแท้ เป็นคนซื่อแต่เชื่อผู้นำอย่างหูหนวก ตาบอด
> >>ผู้หญิงขยันและอดทนอย่างเหลือเชื่อ ( เคยถามคนที่ไม่เคยคลุมหัวฮิญาบ ว่าทำไมเดี๋ยวนี้ต้องคลุม เธอบอกว่าผัวได้บุญ ) ในขณะที่ผู้ชาย ขี้เกียจ
> >>อ้างศาสนาเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ ( มีลูกกี่คนก็ได้ ยิ่งมากยิ่งดี เพราะถือว่าเป็นของขวัญจากพระเจ้า ) เชื่อในชีวิตหน้า
> >>ชีวิตนี้จะลำบากแค่ไหนก็ได้ ( ตายก็ได้ถ้าผู้นำชี้แนะ ขนาดที่มีลูกสาวสวย ผู้นำจะชี้เอาเป็นเมียก็ต้องให้ )
> >>2. ผู้นำที่เลว ใช้ศาสนาทำให้ชาวบ้านอยู่ในระบบปิดไม่พูดภาษาไทย ไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนไทย ไม่รับรู้โลกภายนอก เพื่อให้ตัวเองเป็นคนสำคัญ และมีอำนาจเหนือชาวบ้าน ( ผู้ปกครองนักเรียนแอบมาเล่าว่าอยากให้ลูกเรียนสูงๆบ้าง ทีลูกผู้นำ เขาส่งเรียนสูงๆ แต่ลูกเรา เขาบอกให้เรียนปอเนาะได้บุญ) เขาขอให้ครูช่วยหาทางให้ลูกเขาได้เรียนด้วย ครูก็ช่วยแล้วมาน้ำตาตกทีหลัง เมื่อมาพบว่าเด็กมาเรียนจนจบปริญญาแล้วเขาไม่รู้จักเรา แถมบางคนทำท่าเหมือนเรามาอาศัยแผ่นดินเขาอยู่ )
> >>3. โดยนิสัยคนพื้นเมืองที่มีความรู้และได้เป็นใหญ่ จะเห็นแก่ตัว ไม่ช่วยพัฒนาคนระดับล่างให้มีความรู้ ไม่รู้จักบุญคุณคนโดยเฉพาะคนนอกศาสนา
> >>ถ้าใครให้ เขาจะรับ แต่ไม่ให้ตอบเพราะบาป
> >>นักการเมืองรุ่นเก่าจะเอื้อประโยชน์หับผู้นำศาสนาและชาวบ้าน (เพื่อคะแนนเสียง ) โดยยอมรับเรื่องที่ผู้นำปิดโลกของคนพื้นเมืองจากโลกภายนอก ทำให้คนพื้นเมืองอยู่ไปวันๆ อย่างไม่มีอนาคตในโลกนี้ เพราะโลกหน้าต่างหากที่เป็นของจริง เมื่อชีวิตความเป็นอยู่ของเขายากจน ก็เป็นความผิดของรัฐบาลที่ไม่เข้าไปดูแล
> >>เมื่อเขาพูดไทยไม่ได้และไม่รู้ว่าที่นี่คือประเทศไทย เขาก็ต้องฟังผู้นำ
> >>ในอนาคตพวกเขาจะเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ในพื้นที่เพราะมีลูกมาก
> >>และคนไทยอพยพหนีตาย จากนั้นก็เรียกร้องขอแผ่นดินที่มีแต่พวกเขา เรื่องนี้เล่นไม่ยากในเวทีโลกไม่ใช่หรือ?
> >>4. ระยะหลังเริ่มมีขบวนการแบ่งแยกเชื้อชาติ และส่งเสริมให้ขับไล่ซือแย (ไทยพุทธ ) ออกจากแผ่นดินรุนแรงขึ้น เนื่องจากได้เงินสนับสนุน (จากไหนบ้างคุณน่าจะรู้ ) ได้ความฮึกเหิมของชาวอิสลามที่ร่ำรวยขึ้น และการปลูกฝังว่าอิสลามว่าเป็นพี่น้องกันทั้งโลก ( แต่อยู่ร่วมกับใครไม่ได้ )
> >>เรื่องอย่างนี้เหมือนน้ำท่วมปาก แต่ไม่มีใครกล้าพูดดังๆ ให้พวกคุณฟัง เพราะเรากลัวตาย การฆ่ารายวันเกิดขึ้นได้ เพราะผู้ร้ายไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
> >>เรื่องที่พูดมานี้เพื่อจะบอกคุณว่า ในเมื่อคนพื้นเมืองถูกครอบงำให้คิดว่า พวกเขาไม่ใช่คนไทย แผ่นดินนี้เป็นของเขา ทุกสิ่งที่เราให้ เขารับ แต่เขาขอบคุณพระเจ้าที่บันดาลให้ เราให้จึงไม่มีบุญคุณต่อคนนอกศาสนาดิฉันเจ็บใจเวลาที่เห็นพวกคุณแสดงความเห็นใจคนพวกนี้และว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็น ความผิดของคนไทย
> >>คุณรู้กันบ้างไหมว่าทุกสิ่งที่เราทำ เราไม่เคยมีความคิดว่าเรื่องนี้ทำให้เฉพาะคนไทยเพราะเราทุกคนเป็นคนไทย
> >>ในจังหวัดที่ดิฉันเป็นครูมา 30 ปี ดิฉันไม่เคยเห็นส่วนข้าราชการไหนที่แบ่งเขาแบ่งเรา มีแต่เขานั่นแหละที่ทำตัวผิดแปลกแตกแยกมากขึ้นทุกวัน
> >>ถ้าคุณอยู่ที่นี่ซึ่งเป็นแผ่นดินไทย คุณจะรู้สึกอย่างไร
> >>เมื่อเขาเรียกร้องเอาโน่นเอานี่มากขึ้นทุกวัน ฉันจะต้องแต่งตัวอย่างนี้ ฉันจะต้องหยุดวันนี้ ฉันจะไม่ไหว้ครูร่วมกันคนพุทธ ฉันจะไม่เรียนวิชานี้ ฯลฯ
> >>ด้วยข้ออ้างว่าเพราะขัดกับหลักศาสนา แล้วเราก็ยอมเขาทุกเรื่อง และให้เห็นความแตกแยกชัดเจนขึ้นทุกวัน >>นักการเมืองที่เป็นพวกเขา ก็พูดเอาแต่ได้ และการเอาแต่ได้ของเขาโดยอ้างศาสนา ก็กดคนของเขาให้หูหนวกตาบอด ให้ขี้เกียจ ให้ไม่มีความรู้ เพื่อเขาจะได้ใช้คนพวกนี้เป็นฐาน โดยมีกลุ่มคนที่มองภาพรวมในเรื่องความไม่เท่าเทียมที่คนในสังคมชนบทได้รับ( อย่างพวกสิทธิมนุษยชน ) เป็นเครื่องมือ
> >>ใจคอคุณจะให้ยอมจนกระทั่งคนไทยที่อยู่ใน 3 จังหวัดต้องพูดภาษาถิ่นที่โลกนี้เขาไม่พูดกัน เพื่อเข้าใจเขาแต่เขาไม่ต้องหัดพูดภาษาไทยเพื่ออยู่ในโลกปัจจุบันได้กระนั้นหรือ ( แต่ครั้นก็ยังช่วยอะไรไม่ได้หรอก เพราะเขาถูกสอนว่าเราเป็นคนนอกศาสนานอกเชื้อชาติเขา ) ทำไมคนไทยที่มีภาษาถิ่นในภาคอื่น เขาไม่ทำกันอย่างนี้บ้าง ทำไมเขาถึงยอมพูดภาษากลางที่เป็นภาษาราชการ เพราะเขาคิดว่าเป็นคนไทย
> >>แต่คนพวกนั้นไม่เคยคิดใช่ไหม แล้วเราจะยอมให้เขาคิดต่อไปหรือให้เขาเลิกคิดกันเสียที ให้เขาได้หลุดพ้นจากการครอบงำของคนที่หาประโยชน์จากความไม่รู้ของพวกเขาจะดีกว่าไหม ถ้าหวังดีกับคนพื้นเมืองจริงๆ
> >>ดิฉันแปลกใจที่คนในกลุ่มคุณอานันต์ (ประธานกอส.)พร่ำพูดแต่เรื่องกรือเซะ เรื่องตากใบ ทำไมไม่เคยพูดถึงผลที่มาจากเหตุ คุณตัดตอนมาแต่ความผิดของเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร ทำไมคุณไม่พูดบ้างว่าคนที่พาคนพวกนี้มาตายมีความผิดไหม บ้านเมืองมีกฏเกณฑ์กติกาในการอยู่ร่วมกันอย่างไร คนระดับคุณไม่เข้าใจพวกบ้าคลั่งลัทธิเชียวหรือ ทำไมต้องดูแลเอาใจคนพวกนี้ให้ฮึกเหิมว่ามีคนดีๆในสังคมอย่างพวกคุณคอยหนุนหลังอยู่ เขาใช้ประโยชน์จากพวกคุณ (ที่พวกดิฉันแอบเรียกว่าพวกซื่อบริสุทธิ์) เพื่อสร้างภาพว่าเขาเป็นฝ่ายถูกทั้งที่เขาก่อเหตุร้ายขึ้นในแผ่นดิน
> >>ถ้าคุณเป็นครูมานาน เท่าดิฉันที่เป็นคนภาคกลาง แต่ไปอยู่ที่นั่น คุณจะรู้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวขนาดไหน
> >>ดิฉันเคยไปไหนมาไหนในจังหวัดอย่างคนที่เป็นครู เจอลูกศิษย์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เจอผู้คนที่มีอัธยาศัย แม่ค้าในตลาดพูดกันรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง แต่ต่างฝ่ายต่างพยายามสื่อสารกัน จนดิฉันเชื่อว่าจะใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นี่ได้
> >>แต่สิบปีที่ผ่านมานี้ สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลง จากการเรียกร้องของผู้ที่อ้างศาสนาทุกวันนี้ เราต้องอยู่ท่ามกลางการไม่ไว้ใจกัน ทุกอย่างเห็นชัดว่าเลวร้ายมากขึ้นจากการแยกตัวของพวกเขาที่เข้มงวดเรื่องการแต่งกาย เรื่องภาษา เรื่องศาสนา และจากเด็กที่เกิดเป็นจำนวนมาก จนน่าตกใจ
> >>เขาเชื่อว่าลูกคือของขวัญจากพระเจ้า ยิ่งมีมากยิ่งดี แต่ไม่สนใจว่าจะเลี้ยงให้มีคุณภาพได้อย่างไร (รัฐบาลดูแลแก้ไขไปซิ)
> >>สังคมของเขาปัจจุบันนี้ผู้ชายก็ยังแสดงโวหารตามร้านน้ำชา ทำงานอืดๆเอื่อยๆ นึกจะพักก็พัก นึกจะเลิกก็เลิก (อันนี้ผู้พิมพ์เห็นด้วยกับครูผู้เขียน)
> >>เพราะเพื่อนไปทำถนนที่ปัตตานี ต้องเอาคนงานอีสานไป เพราะคนที่โน่นไม่อดทนทำงาน (ดีแต่เรียกร้อง)ไม่มีเงินก็ตั้งวงด่าว่าสังคมไม่เป็นธรรม
> >>ใครจะทำธุรกิจก็มีใบปลิวมาขอค่าคุ้มครองแล้ว ใครจะอยากมาลงทุน
>>เขาพร่ำสอนกันว่า พวกคนเจ๊กคนไทยเอาเปรียบเขา ทั้งที่มาอาศัยแผ่นดินเขาอยู่
> >>คนที่เคยเป็นมิตรกัน ก็มองกันอย่างไม่ไว้ใจ ไม่ทักทายปราศรัยกันเหมือนเดิม
> >>ครูอิสลามบางคน ที่ไม่ใช่คนที่นี่ บอกว่าคงอยู่ไม่ได้ เพราะเขาไม่คลุมหัวก็โดนมองแปลกๆ จากพวกศาสนาเดียวกัน แต่พวกที่ไม่ใช่อิสลามก็มองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ
> >>ดิฉันเชื่อว่า ในคณะกรรมการสมานฉันท์ ที่เป็นฝ่ายอิสลาม จะต้องแสดงความคับแค้นนานับประการ ที่ได้รับจากบ้านเมือง
> >>ช่วยถามเขาด้วยนะคะว่าทุกวันนี้เขาโดนกดขี่จากใคร เขาทำตัวกดขี่คนระดับล่างของเขาเองหรือใครทำ ? มีเรื่องอะไรบ้างที่ภาครัฐปิดโอกาสเขาไม่ให้ได้รับแล้วให้แต่ซือแย (ไทยพุทธ)จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
> >>เคยบ้างไหมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า จะทรงคิดว่าเขาเป็นคนอื่น ท่านทรงมีเมตตากับทุกคนทุกหมู่เหล่าอย่างไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง อย่างนี้แล้วข้าราชการของท่านจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร
>>แผ่นดินนี้ ประเทศนี้ ให้ชีวิตกับเขาได้เจริญก้าวหน้ากว่าคนศาสนาเดียวกัน เขาควรสำนึกในบุญคุณ ของแผ่นดินและช่วยพัฒนาคนของเขา แต่เขากลับเลือกใช้ความกลัว ความไม่รู้ของชนชาติเดียวกับเขา เป็นฐานให้เขาได้เป็นใหญ่ต่อไป เขาทำลายผู้อื่น เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการเขาคิดว่าทำถูกต้องแล้วหรือ
>>แล้วพวกคุณก็พลอยเห็นดีเห็นงาม สนับสนุนเขาไปด้วยทั้งที่คุณรู้เห็นอยู่เต็มตาว่า ประเทศที่ผู้นำแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแค่ไหน
> >>ดิฉันขอประณามและสาปแช่งผู้อยู่เบื้องหลังความไม่สงบ จงประสบแต่ความวิบัติในชีวิต และขอให้บาปทั้งมวลสืบต่อไปถึงลูกหลานให้เป็นผู้ที่ไม่มีแผ่นดินอยู่อาศัย สมกับที่บรรพบุรุษได้เนรคุณต่อแผ่นดินเกิด ขออย่าให้ได้รู้จักกับความสุขสงบเมื่อมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ และเมื่อล่วงลับไปสู่โลกหน้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนสรวงสวรรค์ย่อมรับรู้ในบาปชั่ว ไม่รับวิญญาณขึ้นไปอยู่กับพระองค์ ต้องตกนรกหมกไหม้จนชั่วนิรันดร์ เพื่อชดใช้ความผิดอันเลวร้ายที่ทำต่อมนุษย์ผู้บริสุทธิ์และแผ่นดินที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน
> >>หนึ่งในครูภาคใต้
> >>อ่านแล้วส่งต่อนะคะ ให้ความจริงได้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วประเทศ แหล่งที่มา : Mtha!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เกิดที่ไทย
ต้องรักไทย
..
ทำไมต้องอยากแยกเป็นแผ่นดินของตนด้วย
เหอ ๆ ๆ
พูดไปก็เท่านั้น เง้ออ
นับวันเมืองไทยเรายิ่งโหดร้ายขึ้น

#1 By อาเซ่อ A'zER on 2007-06-20 00:45

อ่านแล้วรู้สึกว่าทำไมถึงต้องเกิดเหตุการ์ณอย่างนี้ในบ้านเมืองเราด้วยนะ เคยคิดอยากจะถามเหมือนกันนะว่าอยู่บนแผ่นดินไทยเนี่ยมันแย่มากเลยรึไงถึงอยากที่จะปกครองตัวเอง ดีแค่ไหนแล้วที่มีในหลวงที่รักคนไทยทั้งประเทศ ทำไมพวกนี้ไม่คิดกันบ้างนะว่า คนทั้งประเทศเขาไม่ได้คิดว่าพวกคุรแตกต่างไปจากคนอื่นเลย แต่สิ่งที่พวกนี้ทำมันเป็นการทำให้ตัวเองแตกต่างไปมากกว่า และที่สำคัญทำไมไม่คิดกันบ้างนะว่าที่พวกเขามีชีวติได้จนปัจจุบันนี้ก็เพราะมีแป่นดินประเทศนี้ให้โอกาสเขาไว้มากมาย เฮย!อ่านแล้วกลุ้มใจจริงๆที่แก้ปัญหาไม่ได้สักที

#2 By earth on 2007-06-20 10:23

เฮ้อ...เศร้าใจ

#3 By = ต้น = on 2007-06-20 14:23

ถึง Renkung
แวะเข้ามาอ่านบล็อคข้อความข้างบน
ถ้าเป็นความจริงทั้งหมดก็ต้องบอกว่า
อึ้งครับ ไม่รู้จะบอกว่าเกลียดหรือสงสารคนที่นั้นดีครับ

#4 By Old Mustang on 2007-06-20 23:22

ได้จดหมายฉบับนี้มาเช่นกัน
ไม่อยากจะเขียนแสดงความคิดเห็นอะไรกับเรื่องนี้แล้วล่ะ

#5 By KimBerrY on 2007-06-22 12:10

ขอให้โลกสงบสุข
อ่านแล้วอึ้งเลยอ่า
แต่เราก็ค่อนข้างเชื่อนะ
เพราะสังเกตจากข่าวที่ผ่านมา
บางเหตุการณ์เกิดใกล้หมู่บ้านมาก
แต่พวกเขากลับบอกไม่รู้ไม่เห็น
เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน
โอกาสแก้ไขสำเร็จคงยากมาก
แต่ก็ว่าน่ะนะ ทุกคนก็คงรักตัวกลัวตาย
เขาต้องอยู่ในพื้นที่ตลอด
จะหือก็กลัวจะอยู่ไม่ได้
เลยต้องยอมเชื่อผู้นำต่อไป
แย่จังนะ เมื่อไหร่เมืองไทยจะสงบ

#7 By akira-sama on 2007-06-23 23:51

ตัวตาย ดีกว่าชาติตาย
รักชาติยิ่งชีพ สละชีพเพื่อชาติ

ไม่รู้จะพูดไปทำไม คนจากที่อื่นยอมไปตายถึงที่นั่น ในขณะคนท้องถิ่น(บางคน) ไม่มีจิตสำนึก นร....ก แท้ ๆ ผมอยู่ภูเก็ต เดี๋ยวนี้เริ่มผวา ว่ามันจะลุกลามมาถึง

#8 By JJ on 2007-06-25 00:06

http://www.csd.go.th/Pongweb/cmdboard/aspboard_Question.asp?GID=154
ลองไปอ่านได้ที่นี่อ่ะค่ะ
คิดว่าเป็นต้นฉบับนะ

#9 By ผ่านมา (202.41.167.246) on 2007-06-29 09:47