ฉัน (Me)

posted on 28 May 2007 07:23 by renkung  in Article, Feel, ME

ฉัน คือเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เกิดจากพ่อ กับ แม่

ฉันอยู่บนโลกนี้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว

เจอมาทั้งเรื่องดีและร้าย แต่มักจะไม่จำซักเท่าไร

ครั้งหนึ่ง ฉันเคยเป็นคนซื่อ เคยคิดว่าตัวเองยอมหักไม่ยอมงอ

แต่แล้ววันหนึ่งก็พบกับความเป็นจริงที่โหดร้ายว่า

ถ้าเป็นเช่นนั้นคงจะเป็นเรื่องยากที่จะอยู่ในสังคม ที่ ..... ฯลฯ

ฉันเคยเชื่อในคำว่า รัก แต่ในที่สุดก็ประจักว่ามันก็แค่

คำพูดที่สวนหรู สำหรับการหลอกคน เพื่อแสวงหาผลประโยชน์

หรือเพื่อจุดหมาย

ความไว้ใจ ครั้งหนึ่งฉันเคยให้กับทุกคนที่เข้ามา

หากแต่ผลปรากฏว่า ยิ่งไว้ใจมาก ยิ่งเจ็บมาก

ในทุกวันนี้ฉัน ไม่เคยไว้ใจใคร

ระแวงทุกการกระทำของบุคคลรอบตัว

ไม่รู้ว่าใครใส่หน้ากากนักบุญ

แต่ข้างหลังซ่อนมีดที่พร้อมจะนำออกมาจ้วงให้ยับ

ฉันเป็นคนขี้ขลาด แม้แต่จะบอกความในใจยังไม่กล้า

ในบางครั้งฉันอยากจะบอกใครสักคนว่าชอบ

แต่ว่าก็ยังไม่กล้าอยู่เรื่อยไป

ทุกครั้งที่ใครคนนั้นร้องไห้ ฉันทำได้แค่เฝ้ามองอยู่ไกล ๆ

ฉันไม่เคยคิดว่าศักศรีมันสำคัญไปกว่าชีวิต

เพราะศักศรีกินไม่ได้

ฉันเป็นลูกคนโต บางครั้งไม่พอใจในการกระทำที่ลำเอียง

และฉันมักเป็นคนผิดอยู่เรื่อยไป

ฉันเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะอะไรมากนัก

ในบางครั้งหากต้องการจะได้อะไร ก็ต้องใช้เงินเก็บ

หรือถ้าหากว่าอยากได้เร็วกว่าการเก็บเงิน

ก็คือต้องออกไปหารายได้พิเศษ

ฉันเป็นคนนอนหลับยาก

บางครั้งตี 4 กว่าแล้วก็ยังไม่สามารถหลับได้

และฉันยังเป็นคนนอนขี้เซาอีกต่างหาก

ดนตรีคือสิ่งหนึ่งที่ฉันชอบ แม้จะเล่นไม่เก่งเท่าไร

บางครั้งฉันหันกลับมามองตัวเอง แล้วรู้สึกว่าตัวเองน่าสมเพทอะไรเช่นนี้

.

.

.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ฉันเชื่อว่าประสบการณ์ชีวิต อันหนักหน่วง ของเธอในเวลานี้ จะทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้นและดีขึ้นในวันหน้า

#1 By PsychO-Galz on 2007-05-28 11:16

อย่าคิดมากน้า~
อย่าสมเพชตัวเองเรย ไม่มีใคร perfect หรอก...
ลองเปิด-ปรับ-ปลงนะ
เปิดรับ...ปรับเข้าหา...ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้นก้อปลง...ว่าเค้าเป็นของเค้าอย่างนั้น เราเป็นของเราอย่างนี้...
ชีวีจะเป็นสุขนะงับ...

#2 By = ต้น = on 2007-05-28 20:44

ถึง WongGom,Renkung
ถ้าสิ่งที่คุณ WongGom,Renkung คิดว่าเป็นอยู่ในขณะนี้
น่าสมเพทแล้วล่ะก็จงภูมิใจเถอะครับว่าตอนนี้คุณกำลังตื่นจากความฝันวัยเยาว์แล้ว
ครับ เพียงแต่คุณอาจจะตื่นเร็วกว่าเพื่อนร่วมรุ่นก็แค่นั้นเอง ข้อดีของการ
ตื่นจากความฝันเร็วกว่าคนอื่น ๆ หมายความว่าคุณมีเวลาเตรียมพร้อมที่จะ
ผจญกับโลกของผู้ใหญ่ได้มากกว่าและปรับตัวได้ดีกว่าคนอื่น ๆ ในรุ่นเดียวกัน
ผมเองเคยเห็นคนหลาย ๆ คนในรุ่นเดียวกันที่พอก้าวจากวัยรุ่นไปเป็นวัยทำงาน
แล้วปรับตัวหรือทำใจไม่ได้กับโลกอย่างที่คุณว่าสุดท้ายกลายเป็นคนขวางโลก หรือ
กลายเป็นผู้แพ้ของสังคมไปเลย ส่วนข้อเสียของการตื่นตัวเร็วก็คือช่วงหลัง ๆ
ในชีวิตเวลาที่คุณคิดย้อนกลับมาทวนความทรงจำของตัวเองระวังมันจะกลายเป็น
ความว่างเปล่านะครับ ยังไงก็ยินดีต้อนรับสู่โลกของผู้ใหญ่ครับ

ป.ล.ยังไงขอแนะอะไรอย่างนึงนะครับ ชื่อวงกลมที่ตั้งมาในบล็อคถ้าจะเอามาใช้
เป็นหลักการวางตัวในโลกของผู้ใหญ่ก็ไม่เลวนะครับ แต่ขอแนะนำว่าให้เป็นวงกลม
ที่อยู่ในสี่เหลี่ยมดีกว่าครับ

#3 By Old Mustang on 2007-05-28 21:08

ถ้าเราไม่ศรัทธาตัวเราเองแล้ว ใครที่ไหนจะมาศรัทธาเราล่ะ
ยิ้มเข้าไว้นะ ลองคนอื่นที่ชีวิตเขาเลวร้ายกว่าเราซิเขายังไงก็สู้ๆนะ

#4 By pakmom on 2007-05-29 01:10

ถ้าที่กล่าวมาทั้งหมดคือตัวคุณจริงๆ
ผมคงบอกกับคุณได้ว่า
คุณไม่ต้องเป็นห่วงอะไรหรอก
เพราะสิ่งที่คุณเป็น มันเป็นธรรมดาของมนุษย์โลก
แม้คุณจะไม่เชื่อในคำว่ารัก ไม่เชื่อในคำพูด
แต่คุณก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในแบบของคุณ
ขอให้สนุกและมีความสุขในชีวิตนะครับ
พี่ว่า "ฉัน" ในแต่ละช่วงชีวิตของคนเรามันจะไม่เหมือนกันนะ

..ดูจากตัวพี่เองนี่แหละ

#6 By dasaifu on 2007-06-02 05:02

ฉัน คือเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เกิดจากพ่อกับแม่
ฉันอยู่บนโลกนี้มา เกือบยี่สิบปีแระ
เจอมาทั้งเรื่องดีเรื่องร้าย แต่มักจะไม่จำเรื่องร้ายซักเท่าไร
ครั้งหนึ่งฉันเคยถามตัวเองว่า "ฉันเกิดมาทำไม"
ในโลกนี้จะมีที่ให้ฉันยืนหรือ คนบนโลกจะยอมผูกมิตรกับฉันหรือ?

เมื่อก่อนฉันเคยเชื่อว่าเงินคือพระเจ้า
แต่เงินคือซาตานต่างหาก
ซาตานที่บันดานสุขในชั่วแวบ แต่กลับต้องทุกข์ไปอีกหลายปี
ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า แม้มีเงินไม่มากแต่ฉันก็มีความสุขได้
ฉันหาทางดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับเงินในกระเป๋า
ไม่ใช่หาทางทำให้เงินในกระเป๋าสอดคล้องกับการดำเนินชีวิต
ชีวิตฉันมีความสุข

ฉันเคยถามตัวเอง ฉันควรจะไว้ใจคนรอบข้างสักเท่าไร?
ฉันตอบตัวเองไม่ได้ ตราบใดที่ฉันยังไม่สัมผัสและรู้จักเขาคนนั้น

ฉันเป็นลูกคนโต ที่พ่อแม่ฝากความหวังเป็นภาระหนักอึ้งไว้
ฉันเกิดมาในครอบครัวที่ฐานะปานกลาง
แต่ตอนซักสิบขวบ บ้านเราก็ฐานะดีพอใช้ ได้นอนโรงแรมห้าดาว อยากินอะไรก็ได้กิน อยากได้อะไรก็ได้
แต่ตอนนี้ทุกอย่างหายไปหมด เพราะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และโชคชะตาที่พลิกผัน ทำให้กิจการของบ้านพัง หนี้สินท่วมท้น ธุรกิจที่ลงทุนก็เจ๊งระนาว..นี่เป็นข้อตอบแทนของความสุขที่เรียกว่า "เงิน"..

ตอนนี้วิกฤตินี้ก็ไม่ได้บรรเทาลงเลย แต่ยิ่งทวีความระอุขึ้นอีก แต่ถึงอย่างไร วันนี้ฉันสามารถยิ้มได้อย่างมีความสุข เพราะฉันรู้ ความทุกข์ไม่ได้ให้อะไรกับฉัน ความทุกข์ขโมยเวลาอันมีค่าที่ฉันมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ไป ความทุกข์ทำให้ฉันมองข้ามความหวังดีของคนอื่นๆ ความทุกข์ทำให้ฉันเห็นแก่ตัว
ฉันยิ้มได้เพราะฉันรู้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่
ฉันยิ้มได้เพราะฉันรู้ว่าความยากลำบากในชีวิตมันให้อะไรกับฉันมากมาย
ฉันยิ้มได้เพราะฉันรู้ว่าฉันยังสามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้..ด้วยรอยยิ้มของฉัน
ฉันยิ้มได้เพราะฉันมีความสุขที่คิดได้

สุขทุกข์ต่างกันแค่ความคิดนะคะ

#7 By Mika on 2008-01-07 12:01