Goodbye My Love

posted on 01 Nov 2009 02:56 by renkung  in Other

 

8eight - Goodbye My Love

 

Hello, have you been Okay?  Is your face cute like before?

สวัสดี คุณสบายดีไหม หน้าตาของคุณยังเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า

A bit of my late regard and our late parting, I put into writing.

(A little late, I’m writing a farewell message that is a little late)

มันอาจจะช้าไปหน่อยที่ฉันได้เขียนข้อความบอกลา

 

(Rap)

Won’t you ask me why send you a letter?

A message to someone’s homepage is more common.

(I wonder if you are going to ask me why I’m writing a letter when there mini homepage to write your message)

เธอคงถามฉันว่าทำไมถึงส่งจดหมายในเมื่อเราก็มีโฮมเพจให้ส่งข้อความถึงกัน

Holding my pen, may be I won’t be able to express my feeling right.

I feel like I can’t do this in another way.

It was very hard when I love you.

Nothing could ever be like I wished.

(When I’m holding my pen, in case I can’t write my full thoughts, I thing no other methods are going to work. It was hard because I love you too much. One by one nothing seemed to work for me)

เมื่อฉันจับปากกา ฉันไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกของฉันทั้งหมดได้ไม่ว่าวิธีไหนก็ตาม มันเป็นเรื่องยากเมื่อฉันยังรักเธออยู่  ไม่มีเคยมีอะไรเป็นอย่างที่ฉันต้องการ

I promise myself that I wouldn’t bother you again.

Even I wait until I die, you won’t come.

(I’II stop bothering you, even if I tell myself and wait you are never going to be coming back to me)

ฉันคอยบอกกับตัวเองว่า จะไม่รบกวนเธออีก และแม้ว่าฉันจะรอจนวันตายเธอก็คงจะไม่กลับมา

 

*Goodbye my love, I ‘II send you off now.

(Goodbye my love now I’II sends you away)

ลาก่อนที่รัก

 The memories and remembrances, I’ II forget them all.

(Our memories and our past time, I will forget it all)

ความทรงจำของเราช่วงเวลาเหล่า ฉันจะลืมมันทั้งหมด

I’ II erase and erase and remove any mark of love from my heart

(I will erase and erase the love, so that isn’t one piece of love left in my heart)

ฉันจะลบและลบและเอาเครื่องหมายของความรักออกไปจากหัวใจฉันไม่ให้เหลือแม้เพียงเสี้ยวเดียว

 

(Rap)

They say that if bodies separate, heart separate too.

That’s pointless to me, it’s all lies.

(If the bodies move apart then the heart will also these words are useless to me, they are all lies)

ร่างกายและหัวใจแยกออกจากกัน คำเหล่านั้นคงไร้ความหมายสำหรับฉัน มันเป็นเพียงแค่คำโกหก

As time goes by, every day I get more tired.

Every day I ask myself if we can’t go back.

I could squeeze my longing heart and scream out, but you won’t listen.

(As each day pass looking at myself becoming useless, I feel sorry for myself and each day I ask if I can go back. Even if I scream out my yearning heart to you, you cant’ hear it)

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ไร้ความหมายสำหรับฉัน ในทุก ๆ วันฉันคอยถามตัวเองว่าถ้าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม  แม้ว่าหัวใจของฉันจะต้องการเธอ  แต่เธอไม่เคยได้ยินมัน

 

At the end of our memories, after I got conscious of our break-up

I send you off of my heart, goodbye.

(At the end of my memories I realize the farewell between us, I will send you away from my heart. Goodbye.)

และในช่วงตอนจบของความทรงจำ ฉันจะนึกถึงคำลาระหว่างเรา ลาก่อนที่รัก

 

*

 If time kept passing

I thought I would forget you. Again and again, you keep getting into my heart.

(I thought I could forget you if more time passes by, but again and again you revisit my heart)

ฉันคิดเวลาจะทำให้ลืมเธอได้ อีกครั้งและอีกครั้งที่เธอยังกลับมาวนเวียนภายในใจ

.

.

 

No, my love I can’t send you off.

(No, I can’t send away your heart)

ไม่ ฉันไม่สามารถจะปล่อยเธอไปได้

 

You, you

I should forget you.

(I have to forget you)

ฉันควรจะลืมเธอ

 

Even I erase and erase, I thing you’re the only one for me.

I’m sorry.

(I erase and erase and again you are the only one for me, I’m sorry)

แม้ว่าฉันจะลบและลบความรักเหล่านั้นอีกครั้ง แต่คุณก็ยังเป็นที่หนึ่งสำหรับฉัน

ฉันขอโทษ

 

 

นั่งทำเล่นแต่เอาจริงสำหรับงานชิ้นนี้ บางประโยคอาจจะฟังดูแปลก ๆ พยายามแปลให้สละสลวยที่สุดแล้ว

อาจจะมีแปลผิดบ้างช่วยแนะนำด้วยนะครับ เพราะประสบการณ์ยังด้อยนัก

     ไม่น่าเชื่อนะครับว่า อินเทอร์เน็ตกำลังจะมีอายุ 40 ปีในสัปดาห์นี้แล้ว จากจุดเริ่มต้นของการทดลองส่งข้อความแรกระหว่างคอมพิวเตอร์สองเครื่องบน เครือข่าย Arpanet ในวันที 29 ตุลาคม 1969 มาจนถึงปัจจุบันที่เปลี่ยนจากการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายกลาย เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ผู้คนสื่อสารกันเองอย่างบ้าระห่ำ

     ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1969 ตัวอักษรสองตัวแรกคือ LO ได้ถูกพิมพ์บนคีย์บอร์ดในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลลีส (UCLA) ไปปรากฎบนหน้าจอที่สถาบันวิจัยของสแตนฟอร์ด โดยทั้งสองสถานที่มีระยะห่างกันถึง 314 ไมล์ ความจริงนักวิทยาศาสตร์พยายามจะพิมพ์คำว่า LOGIN แต่การเชื่อมต่อขาดหายไปก่อนที่จะพิมพ์ตัว G ได้สำเร็จ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นั่นถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของการส่งข้อความผ่านสายโทรศัพท์ระหว่าง คอมพิวเตอร์สองเครื่อง

     ในตอนแรกมันไม่ได้ถูกเรียกว่า อินเทอร์เน็ต (Internet) อย่างทุกวันนี้ โดยชื่อเรียกดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนั้น 5 ปี ชื่อแรกของมันคือ Arpanet (Advanced Research Projects Agency Network) ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ในกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ และมันไม่ใช่ เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web) แอพพลิเคชันอินเทอร์เน็ตที่พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ Tim Berners-Lee ที่มีมานานกว่า 20 ปีแล้ว ส่วนอีเมล์ (email) ฉบับแรกถูกส่งหากันระหว่างคอมพิวเตอร์สองเครื่องในปี 1971

      แต่สำหรับการครบรอบปีที่ 40 ของอินเทอร์เน็ตในวันที่ 29 ตุลาคม จากจุดเริ่มต้นตัวอักษรสองตัวที่ถูกพิมพ์บน "Interface Message Processor" โลกอินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก พวกเรารู้จักการค้าขายบนเน็ตทีเรียกว่า อีคอมเมิร์ซที่มาพร้อมกับปุ่ม Buy It Now เข้าสู่ยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก และ mashup application อย่าง Google Wave ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของอินเทอร์เน็ตทำให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์ใน ทุกวันนี้เปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์

     ใครจะเชื่อว่า จากวันนั้นถึงวันนี้จะมีออนไลน์วิดีโอที่ชื่อว่า YouTube ที่มีวิดิโอหลายล้านคลิปดูกันจนสิ้นอายุขัยของคนๆ หนึ่งก็ไม่หมด ทั้งๆ ทีมันเกิดมาได้ไม่ถึงสามปีเลยด้วยซ้ำ อุตสาหกรรมเพลงที่ได้รับผลกระทบอย่างแรง จนถึงกับต้องเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากแผ่นดิสก์มาสู่การดาวน์โหลด Amazon ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ที่ก่อตั้งในปี 1995 เพียงแค่ 14 ปี มันได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของการชอปปิ้งให้กับคนทั่วโลกร่วม 100 ล้านรายแล้ว อย่างไรก็ตาม Leonard Klienrock หนึ่งในทีมทีให้กำเนิดอินเทอร์เน็ตเมื่อปี 1969 กล่าวว่า "อินเทอร์เน็ตในวันนี้เปรียบเหมือนกับว่า มันได้เข้าสู่วัยรุ่นแล้ว แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง แต่หนทางของอินเทอร์เน็ตยังอีกยาวไกล ถึงบางครั้งมันอาจจะสร้างปัญหาให้บ้าง แต่อินเทอร์เน็ตก็สร้างความพอใจให้กับครอบครัว และชุมชน (หมายถึงผู้ใช้ทั่วโลก)"  

 

Credit:  http://www.arip.co.th/news.php?id=410217